คาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี

Table of Content

คาร์ซีท

คาร์ซีท เป็นอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยขณะนั่งในรถของลูกน้อย คาร์ซีทมีความสำคัญและจำเป็นมากสำหรับคุณพ่อคุณแม่เวลาไปไหนมาไหนและต้องเอาลูกน้อยไปด้วยเพราะลูกน้อยของคุณไม่สามารถนั่งเองได้ด้วยตนเอง

จะต้องมีคาร์ซีทติดรถไปด้วยทุกที่เพื่อความสะดวกสบาย และในหลายประเทศที่พัฒนาแล้วมีการออกกฎหมายบังคับใช้ และมีบทลงโทษแก่ผู้ฝ่าฝืน สำหรับในเมืองไทยนั้นการใช้คาร์ซีทเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น

คาร์ซีท

เรื่องต้องรู้ ก่อนให้ลูกนั่ง “คาร์ซีท” มีดังนี้

1.ติดตั้ง คาร์ซีท ไม่ถูกต้อง

ข้อแรกเลยคุณต้องรู้ก่อนว่า ขนาดของคาร์ซีทนั้น พอดีกับเบาะรถของคุณ และต้องติดตั้งให้ถูกด้วย เพราะคาร์ซีทมีทั้งแบบหันหน้าและหันหลัง หากคาร์ซีทเป็นประเภทไหน ควรติดตั้งทิศทางให้ถูกต้อง นอกจากนี้ ควรตรวจดูสายคาดให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

สามารถล็อคได้มั่นคง หากคุณแม่เห็นว่าคาร์ซีทมีความผิดปกติหรือได้ยินเสียงแปลก ๆ ควรนำคาร์ซีทไปซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ ไม่ควรให้ลูกใช้ต่อไปค่ะ หากยังอยู่ในช่วงประกัน ช่างจะซ่อมให้ฟรีค่ะ

2.ใช้สายคาดผิดวิธี

สายคาดไม่ควรหลวมหรือรัดตึงเกินไป คุณพ่อคุณแม่สามารถทดสอบสายคาดโดยจับสายคาดให้ตึง จากนั้นใช้นิ้วจิ้มดู หากสายบุ๋มลงมาก แสดงว่าหลวมเกินไป

สำหรับคาร์ซีทแบบหันหลัง สายควรอยู่ที่ระดับหรืออยู่ใต้ไหล่ของลูกเล็กน้อย หากเป็นคาร์ซีทแบบหันหน้า สายคาดควรอยู่ระดับเดียวกันหรือเหนือกว่าไหล่ของลูกค่ะ

3.ให้ลูกนั่งหันหน้าเร็วเกินไป

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเคยได้ยินมาว่า ช่วงขวบปีแรกควรให้ลูกนั่งหันหลัง จนกว่าลูกจะน้ำหนัก 9-10 กิโลกรัม ถึงจะให้นั่งหันหน้า ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด โดยสมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำว่า ควรให้ลูกหันหลังจนกว่าจะ 2 ขวบ

และหากเป็นไปได้การนั่งแบบหันหลังนั้นปลอดภัย และควรให้ลูกนั่งหันหลังให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ คุณแม่หลายคนอาจกังวลว่าหากลูกตัวใหญ่ขึ้น อาจนั่งหันหลังแล้วรู้สึกว่าขาติดกับพนักเบาะรถหรือต้องงอขา

แต่จริง ๆ แล้วร่างกายของเด็กสามารถยืดงอได้ดีกว่าผู้ใหญ่ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรกังวลในข้อนี้ พอลูกโตเกินกว่าขนาดคาร์ซีท แล้วค่อยให้ลูกนั่งหันหน้ากับเบาะปกติก็ไม่สายเกินไปค่ะ

4.ให้ลูกนั่งบูสเตอร์ซีทเร็วเกินไป

บูสเตอร์ซีท (Booster Seat) คือเบาะรองนั่งของเด็กสำหรับใช้ในรถยนต์ ใช้สำหรับเด็กช่วงอายุ 3-12 ขวบ (น้ำหนักเด็กประมาณ 15 – 36 กิโลกรัม) มีเจ้าของสินค้าบางเจ้า แนะนำว่าควรให้ลูกนั่งบูสเตอร์ซีทตั้งแต่ลูกอายุ 3 ขวบ

แต่จริง ๆ แล้วควรรอให้ลูกน้ำหนักประมาณ 18 กิโลกรัมหรืออายุ 4-5 ขวบ และลูกสามารถนั่งโดยมีสายคาดพาดผ่านหน้าอกได้ตลอดการเดินทาง และแพทย์ยังแนะนำว่าสายรัดตัวแบบ 5 จุดปลอดภัยกว่าบูสเตอร์ และพ่อแม่ควรใช้สายรัดตัวจะดีกว่า

เพราะสามารถปกป้องเด็กได้ดีกว่าเข็มขัดนิรภัยของบูสเตอร์ซีท เพราะสายรัดตัวสามารถปกป้องลำตัวด้านบน ลดการเคลื่อนไหวและการกระแทกบนหัวและคอลงได้ ขณะที่เข็มขัดนิรภัยปกป้องบริเวณอกและสะโพกเท่านั้น

คาร์ซีท มีอยู่ด้วยกัน 4 แบบ แล้วแบบไหนจะเหมาะกับลูกของคุณเราไปดูกันเลยค่ะ

1.REARWARD-FACING BABY SEAT หรือคาร์ซีทแบบนั่งหันหน้าไปด้านหลังรถ

คาร์ซีทแบบนั่งหันหน้าไปด้านหลังรถเหมาะสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึง 15 เดือนเนื่องจากเด็กในวัยนี้มีกระดูกคอและหลังที่ยังไม่แข็งแรงพอจะรองรับกับแรงกระชากหรือแรงปะทะ คาร์ซีทที่มีทิศทางการหันหน้าไปด้านหลังรถจะช่วยลดแรงกระแทกได้เป็นอย่างดีเมื่อรถเบรกหรือเกิดอุบัติเหตุค่ะ

2. COMBINATION SEAT หรือคาร์ซีทแบบผสม นั่งหันได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังรถ

คาร์ซีทแบบผสมเหมาะสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึง 6 ปี เพราะเมื่อลูกเริ่มโตกระดูกคอและหลังเริ่มแข็งแรงก็สามารถนั่งคาร์ซีทที่หันหน้าไปด้านหน้ารถได้แล้ว คาร์ซีทแบบผสมอาจถูกออกแบบมาเพื่อช่วยคุณพ่อคุณแม่ประหยัดงบประมาณ และสามารถซื้อครั้งเดียวแล้วใช้ไปได้อีกหลายปีเลยค่ะ

3. FORWARD-FACING CHILD SEAT คาร์ซีทแบบนั่งหันหน้าไปด้านหน้ารถ

คาร์ซีทแบบนั่งหันหน้าไปด้านหน้ารถเหมาะสำหรับเด็กอายุ 9 เดือนจนถึง 11 ปี หากคุณดูรายการเด็กบ่อย ๆ อาจเข้าใจว่าคาร์ซีทชนิดนี้เป็นแบบมาตรฐานที่ค่อนข้างพบเห็นได้ทั่วไปก็ว่าได้

4. HIGH-BACKED BOOSTER SEAT คาร์ซีทแบบมีพนักพิงด้านหลัง

คาร์ซีทแบบมีพนักพิงด้านหลังเหมาะสำหรับเด็กอายุ  4 – 12 ปีคาร์ซีทแบบนี้จะมีเบาะนั่งเสริมและมีพนักพิงด้านหลังช่วยให้เด็กโตรู้สึกนั่งสบาย

ซึ่งเบาะประเภทนี้จะเป็นขั้นสุดท้ายของการใช้เบาะนั่งนิรภัยก่อนที่เด็กจะเข้าสู่ช่วงโตเต็มวัยและสามารถใช้เข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ได้ค่ะ

วิธีเลือกซื้อ คาร์ซีท มีดังนี้

1.เลือกคาร์ซีท ให้เหมาะสมกับสรีระของลูกน้อย

เนื่องจากอวัยวะต่าง ๆ ของเด็กยังไม่พัฒนาอย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นศีรษะ คอ กระดูกสันหลัง ระบบการนอนหรือการปรับอุณหภูมิของร่างกาย จนกว่าเด็กจะสามารถนั่งได้ด้วยตัวเอง

คุณแม่ควรเลือกคาร์ซีทที่เหมาะสมที่จะต้องสามารถประคองเด็กโดยไม่ก่อให้เกิดแรงกดบนตัวเด็กและมีเบาะที่ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป

2.ตรวจสอบดูว่าคาร์ซีท นั้นติดตั้งบนรถของคุณได้อย่างถูกต้องหรือไม่

บางครั้งคาร์ซีท ที่คุณชอบนั้นอาจจะไม่สามารถติดตั้งที่รถของคุณได้ หรือยากแก่การที่จะติดตั้งให้ถูกต้อง ดังนั้นควรตรวจสอบจุดนี้ให้ดีก่อนการตัดสินใจซื้อหากซื้อไปเพราะชอบอาจจะเสียเงินโดยใช่เหตุเพราะซื้อไปแล้วไม่สามารถติดตั้งในรถให้ถูกต้องและปลอดภัยได้

3.เลือกคาร์ซีท ที่ได้มาตรฐานระดับสากล

คุณย่อมต้องการที่จะให้ลูกน้อยได้รับความปลอดภัยสูงสุดใช่ไหม ดังนั้นมาตรฐานระดับสากลก็เป็นการรับประกันคุณภาพของคาร์ซีท ว่าปลอดภัยกับลูกน้อยของคุณได้มากที่สุดแล้วค่ะ

หากยังเลือกไม่ถูกหรือไม่รู้จะเลือกคาร์ซีทแบบไหนดีเรามีตัวอย่าง คาร์ซีท มาให้เลือกพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยค่ะ

10 อันดับ คาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี

1.คาร์ซีท ELIT แบบกระเช้า รุ่น รุ่น CH9- สีแดง

คาร์ซีท ELIT แบบกระเช้า

Elit คาร์ซีทแบบกระเช้า เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก อายุไม่เกิน 9 เดือน หรือน้ำหนักไม่เกิน 13 กิโลกรัม รุ่น CH9 – สีแดง โครงสร้างผลิตจากวัสดุคุณภาพ แข็งแรงทนทาน สีไม่ซีดจาง แม้จะผ่านการใช้งานเป็นเวลานาน มีขนาดกะทัดรัด

น้ำหนักเบาะเหมาะแก่การพกพาเป็นอย่างยิ่ง ประยุกต์เป็นเปลเด็กก็ได้  เบาะรองนั่งหน้านุ่ม นั่งสบาย มีสายรัดนิรภัย 3 จุด สามารถปรับให้เข้ากับขนาดของตัวเด็กได้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็กได้สูงสุด และที่สำคัญสามารถถอดออก

เพื่อทำความสะอาดได้ง่ายและมีหลังคาคลุมกันแดด กันฝนได้ด้วย และมีสีสันสดใส เหมาะกับลูกน้อยของคุณค่ะ

ข้อดี
ข้อด้อย

2.คาร์ซีท FICO รุ่น HB902

คาร์ซีท FICO รุ่น HB902

คาร์ซีทรุ่นนี้เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 4 ปี และเหมาะสำหรับเด็กที่มีน้ำหนักตัวไม่เกิน 18 kg. รุ่นนี้มีสายรัดกันกระแทกถึง 5 จุด พนักพิงสามารถปรับได้ 4 ระดับ และสามารถติดตั้งได้ 2 ทิศทางคือติดตั้งแบบหันหน้าเข้าและหันหน้าออก

เด็กที่มีน้ำหนักไม่เกิน 13 kg. ควรติดตั้งแบบหันหน้าเข้าหาเบาะเด็กที่มีน้ำหนัก 9 – 18 kg. ควรติดตั้งแบบหันหน้าออกจากเบาะรถ และที่สำคัญยังได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากยุโรป ECE R44/04 เลยทีเดียวค่ะ

ข้อดี
ข้อด้อย

3. คาร์ซีทพกพา

Carseat

คาร์ซีทพกพา เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี เหมาะสำหรับเด็กที่มีน้ำหนักตัวไม่เกิน 50 kg. มาพร้อมซัพพอร์ตที่หนา และนุ่มขึ้น ไม่ระคายเคืองต่อผิวของลูกน้อย มีระบบป้องกันการกระแทกด้านข้าง มีสายรัดกันกระแทกถึง 5 จุด พนักพิงสามารถปรับได้ 3 ระดับ มีการออกแบบที่หลากหลายของโครงสร้าง เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานและรองรับการเจริญเติบโตของลูกน้อย มีมาตรฐานความปลอดภัยของยุโรป ECE R44/04

ข้อดี
ข้อด้อย

4.คาร์ซีท COOL KIDS รุ่น PLUS 0 – 7 ขวบ (สีแดง)

คาร์ซีท COOL KIDS รุ่น PLUS 0 – 7 ขวบ (สีแดง)

คาร์ซีทรุ่นนี้ถือได้ว่าเป็นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อรองรับในส่วนลำคอและศีรษะของเด็กได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งขณะที่เด็กนั่งในคาร์ซีท คอหรือศีรษะของเด็กจะไม่โอนเอียงหรือคลอนแคลนไปมา ที่ตัวคาร์ซีทมีปุ่มปรับระดับให้สูงขึ้นได้ตามอายุของเด็ก

และมีแผ่นรองรับที่ด้านหลังสามารถปรับได้ตามวัยของเด็ก คาร์ซีทรุ่นนี้สามารถติดตั้งได้ทั้งแบบหันไปข้างหน้าหรือหันไปข้างหลัง รูปทรงของคาร์ซีทเป็นแบบแนวสปอร์ต ส่วนสายรัดเข็มขัดนิรภัยที่มากับคาร์ซีทรุ่นนี้มีถึง 5 จุดด้วยกัน

เพื่อเพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับเจ้าตัวน้อยของคุณพ่อคุณแม่ และสายรัดนิรภัยสามารถถอดออกได้เพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกับเข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ได้เมื่อเด็กอายุมากขึ้น และเบาะนั่งสามารถปรับได้ 4 ระดับตามอายุตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงโตและคาร์ซีทรุ่นนี้เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 7 ปีเลยค่ะ

ข้อดี
ข้อด้อย

5.คาร์ซีท Fico รุ่น GE-E New

คาร์ซีท Fico รุ่น GE-E New

คาร์ซีทรุ่นนี้จัดอยู่ใน Group 1+2+3 (เด็กอายุ 9 เดือน – 12 ปี)

– เหมาะกับเด็กที่มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 9 – 36 kg.

– วิธีการติดตั้งง่ายมากขึ้นด้วยการใช้เข็มขัดยานพาหนะติดตั้ง 3 จุด

– สายรัดสามารถปรับความสูงได้ 3 ระดับ เพื่อให้เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของทารก

– ระบบสายรัด 5 จุด เพื่อการป้องกันที่ดีที่สุดคล้ายผู้เล่นรถแข่ง

– สัมผัสนุ่มสบายมากขึ้นด้วยซัพพอร์ตรองสายสายเข็มขัดและหัวเข็มขัด

– ผ้าทำจากวัสดุที่สามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดี

– ด้วยเบาะรองนั่งที่มีความกว้างให้ลูกน้อยของคุณเคลื่อนตัวได้อย่างอิสระมากขึ้น

– มาพร้อมซัพพอร์ตรองคอที่มีขนาดใหญ่พิเศษ เพื่อการป้องกันที่มากกว่า

– ติดตั้งแบบให้เด็กนั่งหันหน้าออกจากเบาะรถเท่านั้น (ทิศทางเดียวกับผู้นั่งโดยสารในรถ)

– ได้รับการอนุมัติมาตรฐาน ECE R44/04

– ขนาดสินค้า 46x42x71 ซม.

– น้ำหนักสินค้า 5.6 kg.

ข้อดี
ข้อด้อย

6.คาร์ซีท CARMIND รุ่น Z-12B

คาร์ซีท CARMIND รุ่น Z-12B

Carmind คาร์ซีทที่นั่งเด็กในรถ รุ่น Z-12B มีการออกแบบที่หลากหลายของโครงสร้างและผ้าคลุมเบาะ ออกแบบให้หนาเป็นพิเศษ เพื่อดูดซับแรงกระแทก เน้นตำแหน่งหัว และลำตัว ขนาดสินค้า 48x48x67 ซม. น้ำหนักตัวสินค้า 1 กก.

ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยของยุโรป ECE R44/04 มีสายรัดนิรภัย 5 จุด พร้อมเบาะรองคอเพื่อป้องกันและลดแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี สามารถปรับตำแหน่งให้เหมาะสมกับความสูงของเด็ก มีระบบป้องกันจากด้านข้าง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกน้อย

เบาะนั่งมีขนาดใหญ่และกว้างขึ้น ระบายอากาศได้ดี ให้ลูกน้อยรู้สึกสบายตัวหากต้องนั่งเป็นเวลานาน ๆ สามารถใช้เป็นที่นั่งเสริมสำหรับเด็กโตได้หลายทิศทาง สามารถปรับเบาะให้เอนขึ้นลงได้

และสามารถติดตั้งได้ 2 ทิศทาง คือหันหน้าเข้าหาเบาะรถ และหันหน้าออกจากเบาะรถ สามารถอดเบาะซักทำความสะอาดได้ ให้ลูกน้อยของคุณรู้สึกมีความสุขขณะนั่งอยู่ในคาร์ซีทเป็นเวลานาน ๆ ค่ะ

ข้อดี
ข้อด้อย

7.คาร์ซีท GD BABY รุ่น CS_GB

คาร์ซีท GD BABY รุ่น CS_GB

คาร์ซีท Giftedbaby โครงสร้างผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง แข็งแรง รองรับน้ำหนักได้อย่างดีเยี่ยม ใช้งานได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิด – 4 ปี มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน สามารถปรับหันได้ 2 ทางคือหันหน้าและหันหลัง สามารถปรับพนักพิง

ได้ถึง 3 ระดับ เบาะนั่งกว้าง นั่งและนอนได้อย่างสบายไม่อึดอัดเมื่อต้องนั่งในรถเป็นเวลานาน ๆ เพราะเบาะนั่งใช้ผ้าระบายอากาศที่ผ่านมาตรฐาน และระบายความร้อนได้อย่างดีเยี่ยม ติดตั้งง่ายและมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ด้วยระบบเข็มขัดนิรภัยที่มีมากถึง 5 จุด และสามารถถอดออกซักทำความสะอาดได้ง่าย และมีการรับประกันสินค้านาน 7 วันนับจากวันที่ได้รับสินค้าค่ะ

ข้อดี
ข้อด้อย

8.คาร์ซีท BABYDEDE รุ่น SET003

คาร์ซีท BABYDEDE

คาร์ซีท Babydede รุ่น SET003 ผลิตจากวัสดุปลอดสารพิษ ไม่มีกลิ่น บุเบาะอ่อนนุ่ม ระบายอากาศได้ดี และเป็นคาร์ซีทแบบพกพา เหมาะสำหรับเด็กตั้งแต่ อายุ 9 เดือน – 6 ปี สามารถรับน้ำหนักของเด็กได้มากถึง 50 กิโลกรัม

ติดตั้งง่ายและสามารถติดตั้งได้ทั้งเบาะหน้าและเบาะหลัง นั่งสบายเพราะได้ออกแบบมาตามสรีระคาสตร์ มีน้ำหนักเบา พับเก็บง่าย และสามารถใช้ได้กับรถทุกประเภทค่ะ

ข้อดี
ข้อด้อย

9.คาร์ซีท BABY BOO รุ่น T902

คาร์ซีท BABY BOO รุ่น T902

คาร์ซีท baby boo รุ่น T902 ผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพเกรด A คาร์ซีทรุ่นนี้เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 0-6 ขวบสามารถปรับเบาะนั่งได้ 3 ระดับคือ นั่ง เอน นอน และสามารถติดตั้งได้กับรถยนต์ทุกชนิด มาพร้อมเข็มขัดในตัวสำหรับทารกเพื่อเสริมความปลอดภัย เบาะสามารถถอดซักได้ค่ะ

ข้อดี
ข้อด้อย

10. คาร์ซีท Fico รุ่น Manchester Serie2: ES01-2

คาร์ซีท FICO รุ่น SQ303-1

Group 1+, 2 (เด็กอายุ 9 เดือนจนถึง 7 ขวบ) เหมาะกับเด็กที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 9 – 25 kg. ได้รับการอนุมัติมาตรฐาน ECE R44/04 ตัวเก้าอี้ถูกฉีดขึ้นรูปภายใต้อุณหภูมิที่คงที่ด้วยวัสดุ PP ทำให้มีความต้านทานต่อการกัดกร่อนสูงและทนต่อแรงกระแทก เด็กทารก Group 1, 2 (เด็กที่มีน้ำหนักตัว 9 – 25 kg.) ควรติดตั้งคาร์ซีทแบบหันหน้าออกจากเบาะรถ ระบบสายรัด 5 จุด เพื่อความปลอดภัยรอบด้าน และก็ยังมีพื้นที่เพียงพอสำหรับเอวและตักที่ยังให้เด็กขยับตัวได้ ระบบเข็มขัดนิรภัยสายเดียวสามารถปรับความตึงของเข็มขัดได้อย่างอิสระทำให้ทารกสะดวกสบายมากขึ้น เข็มขัดปรับความสูงได้ 4 ระดับ เพื่อให้เหมาะสมกับความสูงของเด็กที่เพิ่มขึ้น ระบบป้องกันการกระแทกด้านข้างเพื่อให้เกิดการป้องกันได้รอบด้าน บุด้วยฟองน้ำชนิดพิเศษที่มีความหนาแน่นสูง ที่จะช่วยรองรับแรงกระแทกอย่างมีประสิทธิภาพ เบาะสามารถปรับเอนได้ 5 ระดับ มีที่คาดไหล่กันลื่นเพิ่มพื้นผิวและผลิตแรงเสียดทานมากขึ้น มีซัพพอร์ตหนานุ่ม เพิ่มความสบายให้กับลูกน้อยคุณได้มากขึ้น ผ้าคลุมเบาะทำจากผ้าคอตตอนพิมพ์ลาย สามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดี มีผ้าคลุมจุดเก็บสายทั้ง 2 ข้าง น้ำหนักสินค้า 8 กิโลกรัม ขนาดสินค้า 48x50x72 cm

ข้อดี
ข้อด้อย

บทสรุป

สำหรับคุณพ่อคุณแม่คนไหนที่กำลังมองหาคาร์ซีทไม่ว่าจะเป็นรุ่นที่มีด้ามหิ้วแบบพกพาหรือรุ่นติดตั้งอยู่กับที่ภายในรถก็คงพอจะได้ไอเดียกันบ้างแล้วว่าแบบไหนถึงจะเหมาะกับการใช้งานของคุณ

และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคาร์ซีททั้ง 10 อันดับที่เราได้แนะนำให้คุณไปนั้นจะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจซื้อของคุณได้ง่ายขึ้นนะคะ

ให้คะแนนพวกเรา!

Average rating 5 / 5. Vote count: 1

No votes so far! Be the first to rate this post.