ลู่วิ่งไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ปี 2020 (อัพเดทล่าสุด)

Table of Content

ลู่วิ่งไฟฟ้า

การออกกำลังกายที่ได้ผลดีและง่ายอีกอย่างหนึ่งคือ การวิ่ง แค่มีรองเท้าคู่หนึ่งก็ออกวิ่งได้แล้ว และใครที่จะลดน้ำหนักด้วยการออกวิ่ง ถือว่าเป็นความคิดที่ดีและได้ผล แต่ด้วยสภาพบ้านเรา บางวันร้อนจัด แดดตอนเย็นแรง ฝนตกบ้าง ทำให้ออกวิ่งไม่ได้ และปัจจัยส่วนตัวของเรา เช่นบางทีอากาศกำลังดีเหมาะกับการวิ่ง แต่เราดันติดงาน กว่าจะเสร็จก็กลับถึงบ้านมืดค่ำแล้ว ทำให้ออกวิ่งไม่ได้อีก ถือว่าเป็นอุปสรรคต่อการวิ่ง

ลู่วิ่งไฟฟ้า

ดังนั้นเราจึงขอแนะนำ ลู่วิ่งไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยให้ ผู้ที่ต้องการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง สามารถออกกำลังกายภายในบ้านได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศ และด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ นอกจากมันจะเป็นตัวช่วยที่ดีที่จะทำให้ได้สุขภาพที่ดีแล้ว ยังมีลูกเล่นสุดไฮเทค ที่สามารถปรับแต่งและปรับใช้เพื่อความเหมาะสมและความต้องการของคุณ เวลาที่คุณวิ่งบนลู่วิ่ง มันจะทำให้คุณรู้สึกเสมือนว่าคุณได้วิ่งบนทางวิ่งจริงๆ และก่อนที่คุณจะชื้อลู่วิ่งไฟฟ้าสักเครื่อง เราลองมาดูวิธีเลือกชื้อกันบ้างว่าเราจะต้องพิจารณาถึงอะไรบ้าง

10 อย่างที่ต้องดู ก่อนเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า

1.ความแรงของมอเตอร์ มอเตอร์ลู่วิ่งจะวัดพลังเป็นหน่วย “แรงม้า”

พิจารณากำลังมอเตอร์ ถ้าเน้นเดินมอเตอร์ขนาด 1- 1.5 แรงม้าก็เพียงพอ แต่ถ้าเลือกลู่วิ่งไฟฟ้ามาเพื่อเน้นการวิ่งเป็นหลักต้องเลือกรุ่นที่มีมอเตอร์แรงกว่า 2.5 แรงม้าขึ้นไป สำหรับใช้วิ่งที่บ้าน ส่วน 4-5 แรงม้า ใช้สำหรับวิ่งในฟิตเนส

2. ขนาดและพื้นที่วิ่ง หมายถึงขนาดของพื้นที่วิ่งหรือสายพานในการวิ่ง

คือส่วนที่เท้าของคุณสัมผัสพื้น จะมีหน่วยวัดเป็น เซ็นติเมตร กว้าง x ยาว พิจารณาขนาดของสายพาน (Belt Size) หากซื้อมาเพื่อเดินอย่างเดียวสามารถซื้อแบบสายพานแคบหน่อยได้ แต่หากเน้นการออกกำลังกายด้วยการวิ่งก็ต้องเลือกซื้อแบบสายพานกว้าง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณของผู้ชื้อ

3.ความเร็วของลู่วิ่ง

หน่วยวัดจะเป็น กิโลเมตร/ชั่วโมง ลู่วิ่งส่วนมากที่ใช้ที่ในบ้านจะทำความเร็วสูงสุดได้ตั้งแต่ 14 – 22 กิโลเมตร/ชั่วโมง ควรเลือกซื้อลู่วิ่งที่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่าความสามารถในการวิ่งของคุณเล็กน้อย  ความชันก็พิจารณาโดยหลักเดียวกัน เพราะหากซื้อลู่วิ่งที่มีความเร็วและความชันสูงสุดเกินขีดความสามารถที่จะวิ่งได้ก็จะเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์เพราะราคาของลู่วิ่งไฟฟ้าสัมพันธ์กับอัตราความเร็วและความชันสูงสุดของเครื่อง

4. การปรับระดับความชันของลู่วิ่ง

โดยส่วนใหญ่จะปรับโดยการนับเป็น ระดับ หรือ % ที่สูงขึ้นมาจากพื้น ความชันที่จะให้ความรู้สึกเหมือนการวิ่งขึ้นเข่าคือความชันที่  12-15% จากพื้นยิ่งถ้าคุณปรับความชันมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งเผาผลาญไขมัน และใช้พละกำลังของหัวใจมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นการดีสำหรับการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง

5. ระบบลดแรงกระแทก

พิจารณาระบบความปลอดภัย เช่น ระบบตัดการทำงานเมื่อเสียหลักล้ม นอกจากนี้ ลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ จะมีระบบรองรับแรงกระแทกช่วยลดโอกาสบาดเจ็บได้มากน้อยเพียงใด ลู่วิ่งที่ดีจะมีระบบซับแรงกระแทก เพื่อช่วยทำให้การวิ่งนั้นนุ่มสบาย และไม่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมสภาพเร็วเมื่อการวิ่งข้างนอก

6. ควรพิจารณาความหนาของไม้กระดาน

หากเน้นการใช้งานวิ่ง ความหนาของไม้กระดานไม่ควรต่ำกว่า 1 นิ้ว รวมถึงควรพิจารณาขนาดของลูกกลิ้ง (Roller) ซึ่งจะทำหน้าที่กลิ้งและหมุน บริเวณด้านหน้าและท้ายสุดของสายพาน ควรมีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 2.5 นิ้ว และพิจารณาโครงสร้างทั่วไป ลองทดลองวิ่งดูแล้วต้องไม่โยกเยก แข็งแรง ไม่สั่น และระบบเสียงต้องไม่ดังมาก

7. หน้าจอ และโปรแกรมการทำงาน

อย่างน้อยต้องมี 6 ฟังก์ชั่นขึ้นไป ค่าความเร็ว  ,ค่าความชัน,แคลอรี่ที่เผาผลาญ ,ระยะทางที่วิ่ง ,อัตราการเต้นของหัวใจ ,และเวลาในการวิ่ง   หากมีนอกเหนือจาก 6 ฟังก์ชั่นนี้ เช่นช่องต่อสำหรับฟังเพลง เครื่องเล่นMP3  ถือเป็นออฟชั่นเสริม

8. การรับน้ำหนักของลู่วิ่งไฟฟ้า

ดูว่าลู่วิ่งรับน้ำหนักได้สูงสุดกี่กิโลกรัม  เช่นหากคุณน้ำหนักตัว 50-80 กิโล ลู่วิ่งขนาด 2 แรงม้าก็เพียงพอแล้ว และถ้าคุณน้ำหนักตัวมากเช่น 80-100กิโลกรัม ลู่วิ่งควรมีกำลังมอเตอร์ 3 แรงม้าขึ้นไป เพราะหากกำลังแรงม้าต่ำกว่านี้ จะเกิดอาการเครื่องอืดเวลาวิ่งได้

9. ดูวิธีการจัดเก็บ

ว่าสามารถพับได้ไหมเพราะลู่วิ่งถือว่าเป็นของชิ้นใหญ่อยู่เหมือนกันเวลาเราไม่ใช้แล้วสามารถพับเก็บได้ไหมเพื่อประหยัดพื้นที่ และสะดวกในการเคลื่อนย้ายหรือไม่โดยมีล้อสำหรับเคลื่อนย้าย

10. และก่อนชื้อต้องสอบถามเงื่อนไขในการรับประกันอย่างละเอียด

เช่น หากเสียแล้วต้องทำยังไง ชิ้นส่วนไหนรับประกันบ้าง แจ้งซ่อมที่ไหน ใช้เวลากี่วัน ต้องถามให้ละเอียด อย่าตัดสินใจเพียงดูระยะเวลารับประกันเแค่อย่างเดียว

แนะนำ 10 ลู่วิ่งไฟฟ้า คุณภาพดี ราคาถูก 

1. ลู่วิ่งไฟฟ้า 3.0 แรงม้า รุ่น KF-DK32S

ลู่วิ่งไฟฟ้าตัวแรกนี้ด้วยราคา ที่เข้าถึงได้ และฟังก์ชั่นที่ครบครับ ทำให้ลู่วิ่งไฟฟ้า รุ่นนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากค่ะ   รุ่นนี้เป็นลู่วิ่งไฟฟ้า  3.0แรงม้า ขนาดมอเตอร์กำลัง 3 แรงม้า เหมาะกับใช้วิ่งภายในบ้าน โครงสร้างแข็งแรง สามารถปรับความเร็วได้ 1 – 16 กม./ชม. สำหรับขนาดสายพาน (พื้นที่วิ่ง) 1260 x 420 mm ทำให้สายพานของลู่วิ่งตอบสนองแรงกดจากเท้าของเราเป็นอย่างดีทำให้เราไม่รู้สึกถึงแรงอัดไปที่ต้นขาขณะวิ่ง ทำให้รู้สึกสบาย รู้สึกเหมือนเป็นธรรมชาติ

 และระบบโซ๊คคู่ ที่จะช่วยให้ลดแรงกระแทกที่ เข่า และ ข้อเท้าได้ สามารถปรับความชันได้ที่ 0, 3 และ 5 องศา ทำให้รู้สึกว่าเราได้วิ่งบนเนินเขาจริงๆ  และหน้าจอที่มาพร้อมกับตัวลู่วิ่งไฟฟ้าจะเป็นหน้าจอ  LCD แสดงข้อมูลครบถ้วน ความเร็ว เวลา ระยะทาง แคลอรี ชีพจร วัดชีพจรด้วยระบบสัมผัส Hand Pulse Monitoring และ โปรแกรมการออกกำลังกายของลู่วิ่งไฟฟ้า รุ่นนี้มีมากถึง 15 โปรแกรมด้วยกัน  P1 – P12 และ H1 – H3  มี App เทรนเนอร์การวิ่งบนมือถือ เชื่อมต่อด้วย Bluetooth จัดโปรแกรมการวิ่ง เก็บข้อมูลการออกกำลังกาย เหมือนมีเทรนเนอร์ส่วนตัวค่ะ

 ที่ตัวเครื่องรองรับการเล่นเพลง MP3 ผ่านมือถือ ด้วยระบบเสียงที่เงียบมากทำให้เวลาเล่นเครื่องเล่น MP3 ไม่มีเสียงรบกวน ตัวเครื่องมีปุ่ม Safety Key สำหรับการหยุดฉุกเฉินเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการใช้งาน  และเมื่อเลิกใช้พับเก็บได้ ด้วยระบบไฮโดรลิก Hydraulic Folding มีล้อเลื่อน สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย

ขนาดเมื่อใช้งาน 155 x 71 x 126 cm.

น้ำหนักเครื่อง 56 กิโลกรัม (G.W. 68 kg.)และเมื่อเลิกใช้พับเก็บได้ ด้วยระบบไฮโดรลิก Hydraulic Folding มีล้อเลื่อน สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย  รับประกัน 1 ปี

ข้อดี
  • หน้าจอ LCD แสดงข้อมูลครบถ้วน ความเร็ว เวลา ระยะทาง แคลอรี ชีพจร
  • มีเทคโนโลยีรับแรงกระแทก ระบบโช้คคู่ Shock-absorbing design ดูดซับแรงกระแทกจากการวิ่ง
  • สายพานกว้างทำให้มีพื้นที่การวิ่งที่กว้าง ไม่รู้สึกอึดอัดลดแรงกระทกได้ดี
  • รองรับผู้ใช้งานน้ำหนักสูงสุด 110 กิโลกรัม
  • มีที่วางแทปเลต กระบอกน้ำ และมือถือ
  • พับเก็บได้
  • มีล้อเลื่อน สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย
  • ได้มาตราฐาน CE, RoHS, TUS, GS และ SGS Certification
ข้อด้อย
  • รุ่นนี้ยังไม่มีรายงานปัญหาจากผู้ใช้งาน

2. FORWARD ลู่วิ่งไฟฟ้า มอเตอร์กำลัง 3 HP รุ่น FD-T500

สำหรับตัวที่ 2 เป็น ลู่วิ่งไฟฟ้าสำหรับออกกำลังกาย รุ่นนี้มาพร้อมกับมอเตอร์ขนาด 3 แรงม้า  สามารถปรับความเร็วในการวิ่งได้ตั้งแต่ 1-16 กิโลเมตร/ชั่วโมง รุ่นนี้สามารถรับน้ำหนักได้สูงสุด 120 กิโลกรัม ออกแบบมาโครงสร้างแข็งแรง พื้นสายพานลู่วิ่งมีขนาด 1200 x 420 mm. กว้างทำให้สะดวกในการวิ่งและรู้สึกปลอดภัยขณะวิ่ง

 ตัวเครื่องมาพร้อมกับฟังก์ชั่นความชันที่ทำให้รู้สึกเหมือนการเดินขึ้นเนิน ปรับความชันได้อัตโนมัติ (Automatic) มาพร้อมเทคโนโลยีรับแรงกระแทก Spring Shock Adsorption ช่วยลดแรงกระแทกที่ข้อเท้าและเข่า

รองรับการเล่น MP 3 ผ่านมือถือหรืออุปกรณ์สื่อสารได้ง่าย ๆ  เพียงโหลด App เชื่อมต่อกับมือถือ สำหรับควบคุมลู่วิ่ง และฝึกการวิ่งผ่านมือถือ สามารถตั้งได้การทำงานได้ 12 โปรแกรมด้วยกัน หน้าจอ LCD แสดงข้อมูลครบถ้วน ความเร็ว เวลา ระยะทาง แคลอรี ชีพจร

ตัวเครื่องมีปุ่ม Safety Key สำหรับการหยุดฉุกเฉินเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการใช้งาน ฟรี App เชื่อมต่อกับมือถือ สำหรับควบคุมลู่วิ่ง และฝึกการวิ่งผ่านมือถือ

ขนาดเมื่อใช้งาน 155 x 71 x 126 cm น้ำหนักเครื่อง 55 กิโลกรัม (G.W. 68 kg.) พับเก็บง่าย เคลื่อนย้ายสะดวกด้วยล้อลาก รับประกัน 5 ปี

ข้อดี
  • มอเตอร์กำลัง 3 แรงม้า ปรับความเร็วได้ 1 – 16 กม./ชม.
  • หน้าจอ LCD แสดงข้อมูลครบถ้วน ความเร็ว เวลา ระยะทาง แคลอรี ชีพจร
  • แข็งแรง ทนทาน
  • Safety Key ป้องกันอันตรายจากการใช้งาน
  • ขนาดสายพาน (พื้นที่วิ่ง) 1200 x 420 mm.กว้างรองรับแรงกระแทกได้ดี
  • รองรับผู้ใช้งานน้ำหนักสูงสุด 120 กิโลกรัม
ข้อด้อย
  • รุ่นนี้ยังไม่มีรายงานปัญหาจากผู้ใช้งาน

3. Power Reform ลู่วิ่งไฟฟ้า 3 แรงม้า รุ่น Panther

สำหรับลู่วิ่งไฟฟ้า เครื่องออกกำลังกายตัวที่ 3 นี้ มาพร้อม Design Sport หรูหรา เรียบง่าย ออกแบบมาเพื่อใช้ออกกำลังกายในบ้าน ในคอนโด มาพร้อมฟังก์ชั่นทันสมัย ด้วยมอเตอร์กำลัง 3 แรงม้า ปรับความเร็วในการวิ่ง 1 – 16 กม./ชม.มีระบบปรับความชันอัตโนมัติ 18 ระดับ เพียงกดปุ่ม Auto-Incline ก็ทำให้คุณรู้สึกว่าเหมือนได้วิ่งบนทางขึ้นเขาจริงๆ

  ขนาดสายพาน (พื้นที่วิ่ง) 1240 x 420 mm.กว้าง มาพร้อมโซ๊คคู่ที่รับแรงกระแทกที่เข่าและข้อเท้าได้เป็นอย่างดี  พร้อมหน้าจอแสดงผล LED คำนวณ ระยะทางในการวิ่ง การเต้นของหัวใจ และแคลอรี่ที่ใช้

ออกกำลังกายง่ายด้วยโปรแกรมการทำงานถึง 15 โปรแกรม มี Safety Key หยุดเครื่องฉุกเฉิน ป้องกันอันตรายจากการใช้งาน

รับน้ำหนักสูงสุดได้ถึง 110 กิโลกรัม พิเศษสามารถเชื่อมต่อ APP ได้ทั้ ios และ Aadroid พร้อมเชื่อมต่อเครื่องเล่น MP3 ประกันสินค้า 1 ปี ประกันมอเตอร์ 7 ปี

ข้อดี
  • โครงสร้าง แข็งแรง ทนทาน
  • หน้าจอ LCD แสดงข้อมูลครบถ้วน ความเร็ว เวลา ระยะทาง แคลอรี ชีพจร
  • มี Safety Key ระบบความปลอดภัย
  • มีระบบรองรับแรงกระแทก
  • ขณะวิ่งวัดชีพจรด้วยระบบสัมผัส Hand Pulse Monitoring
  • พับเก็บง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก
  • ได้มาตราฐาน CE, RoHS, TUS, GS และ SGS Certification
  • ราคาถูก
  • ระบบเสียงเงียบ ไม่มีเสียงรบกวนขณะเล่น MP3
ข้อด้อย
  • รุ่นนี้ยังไม่มีรายงานปัญหาจากผู้ใช้งาน

4. B-G ลู่วิ่งไฟฟ้าขนาด 3 HP รุ่น F18

สำหรับลู่วิ่งไฟฟ้าออกกำลังกายตัวที่ 4 นี้  รุ่นนี้กำลังมอเตอร์ 3 แรงม้าเหมือนกัน โครงสร้างวัสดุแข็งแรงทนทาน ดีไซน์สวยงาม สามารถปรับความเร็วการวิ่งได้ 1 – 16 กม./ชม.

ขนาดของสายพานหรือพื้นที่การวิ่งนั้น 1200 x 420 mm. ถือว่ากว้างพอสมควร มีระบบโซ๊คคู่ช่วยรองรับแรงกระแทก  6 ระดับ ช่วยลดอาการเจ็บหัวเข่า ที่เกิดจากการกระแทกเวลาวิ่งได้เป็นอย่างดี

 หน้าจอ LCD แสดงข้อมูลครบถ้วน ความเร็ว เวลา ระยะทาง แคลอรี ชีพจร

โปรแกรมการออกกำลังกาย 15 โปรแกรม P1 – P12 และ H1 – H3 รองรับการเล่นเพลง MP3 ผ่านมือถือ และด้วยระบบความดังของเครื่องเพียง 65 dB ทำให้ไม่มีเสียงไปรบกวนขณะที่คุณเล่นเครื่องเล่น  MP3 และยังมี App เทรนเนอร์วิ่งส่วนตัว เชื่อมต่อบนมือถือผ่าน Bluetooth  และมี USB Port ด้วยระบบลำโพงคู่ระบบเสียงดี  ทำให้ได้เพลินไปกับออกกำลังกายพร้อมกับเสียงเพลงได้โดยไม่มีสะดุด

รุ่นนี้สามารถรองรับน้ำหนักได้มากถึง 120 กิโลกรัม เมื่อไม่ใช้แล้วสามารถพับเก็บได้ ประหยัดพื้นที่ ถึงแม้น้ำหนักเครื่องจะหนักถึง  56 กิโลกรัม แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในการขนย้าย เพราะว่ามีล้อใต้ฐาน ทำให้ลากได้เคลื่อนย้ายสะดวก รับประกัน 1 ปี

ข้อดี
  • มี Safety Key ป้องกันอันตรายจากการใช้งาน
  • เทคโนโลยีรับแรงกระแทก ด้วยระบบโซ๊คคู่
  • มีโปรแกรมสำหรับการวิ่งและการเดินถึง 15 โปรแกรม
  • มีเซ็นเซอร์วัดน้ำมันอัตโนมัติ ช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น
  • ประหยัดพลังงานเพิ่ม 25%
  • มอเตอร์ทนทาน ทำงานเงียบ
  • หน้าจอ LCD แสดงข้อมูลครบถ้วน ความเร็ว เวลา ระยะทาง แคลอรี ชีพจร
  • หน้าจอการใช้งานภาษาไทย
  • ได้มาตราฐาน CE, RoHS, TUS, GS และ SGS Certification
  • ราคาถูก
ข้อด้อย
  • ไม่มีฟังก์ชั่นการปรับความชันลาดเอียง

5.Johnson ลู่วิ่งไฟฟ้า Treadmill 8.1T+Passport Box

อันดับที่ 5 เป็นวิ่งไฟฟ้า JOHNSON รุ่น 8.1T แบรนด์นี้ถือว่าได้รับความไว้วางใจมายาวนาน ด้วยการออกแบบดีไซน์แข็งแรงทนทาน ระบบขับเคลื่อน ขนาดมอเตอร์ : 2.75 CHP ด้วยระบบดิจิตอล , Peak 3.85 CHP สามารถปรับระดับความเร็วสายพานได้ 0.8-20 กม./ชม. โดยสามารถกดเลือกความเร็วได้จากปุ่มบนแผงหน้าจอ เรียกได้ว่าใช้งานได้สะดวกสบายมากๆ

 และยังปรับความชันได้  0-12 % และพื้นที่บนสายพานวิ่ง 500 x 1400 mm. พื้นที่การวิ่งที่กว้าง และยาว ช่วยให้ไม่รู้สึกอึดอัดสะดวกสบายในการวิ่งยิ่งขึ้น ด้วยความหนาของสายพานวิ่ง 1.6 มิลลิเมตร

ช่วยรองรับแรงกระแทกได้ดี  ทำให้สามารถสัมผัสการวิ่งได้อย่างนุ่มนวล โดดเด่นด้วย ระบบ การวัดอัตราการเต้นหัวใจ สามารถวัดระดับการเต้นของหัวใจด้วยการสัมผัสด้ามจับและระบบไร้สาย พร้อมหน้าจอ LED  สำหรับแสดงผลการออกกำลังกายแบบ Real Time รวมถึงมีโปรแกรมการออกกำลังกายมากถึง 14 โปรแกรม มอบความเพลิดเพลินในการออกกำลังกายให้กับคุณ

 มีเครื่องเล่นMP3 ในตัว มีลำโพงสเตอริโอ เพียงแค่ต่อสายก็เล่นได้เลย รองรับน้ำหนักผู้ใช้งานได้สูงสุด 148 กิโลกรัม  ขนาดเมื่อกางออก 185 x 100 x 150 เซนติเมตร น้ำหนักเครื่อง 91 กิโลกรัม พับเก็บง่ายแค่ใช้มือเดียวกดลงก็พับลงได้ มีล้อสำหรับเคลื่อนย้ายสะดวก  ส่วนการรับประกัน  มอเตอร์ 10 ปี โครงสร้าง 3 ปี ชิ้นส่วนสึกหรอ และแผงวงจร 1 ปี

ข้อดี
  • มอเตอร์ทำงานแบบไร้เสียง
  • พื้นที่บนลู่วิ่ง แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ทำให้การวิ่งเป็นแบบธรรมชาติเหมือนวิ่งบนพื้นจริงๆ
  • รองรับน้ำหนักของผู้ใช้ 148กิโลกรัม
  • มีหน้าจอขนาดใหญ่ LCD
  • มี 14 โปรแกรม การทำงาน
  • ระบบรองรับแรงกระแทก Adjustable & Variable Response Cushioning
  • สามารถวัดระดับการเต้นของหัวใจด้วยการสัมผัสด้ามจับและระบบไร้สาย
  • มี Passport Box แถมให้ฟรี
  • มีการรับประกัน ที่เป็นสัดส่วนชัดเจน มอเตอร์ 10 ปี โครงสร้าง 3 ปีชิ้นส่วนสึกหรอ และแผงวงจร 1 ปี
ข้อด้อย
  • ราคาแพง

6. ลู่วิ่งไฟฟ้า Horizon Treadmill Adventure E

มาดูอันดับที่ 6 กันค่ะ เป็นลู่วิ่ง Horizon Treadmill Adventure E เป็นลู่วิ่งของตระกลู Johnson เหมือนกัน ราคาก็จะถูกลงมาเกือบครึ่ง

สำหรับรุ่นนี้มอเตอร์มีขนาด 2.0 HP ให้กำลังสูงมอเตอร์ขับเคลื่อนได้อย่างมีพลัง ประสิทธิภาพสูงทนทาน ทำงานเงียบ ให้กำลังต่อเนื่องยาวนาน สามารถปรับความเร็ว 0.8 – 18 km/h  และความลาดเอียง 0 – 10% ช่วยให้เผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น

มีพื้นที่การวิ่ง 1400x 500 mm.ถือว่ากว้าง  ให้สามารถวิ่งได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนตัวเล็กตัวใหญ่ ก็สามารถวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าเครื่องนี้ได้อย่างคล่องตัว ด้วยความหนาผ้ายาง 1.4 mm. ช่วยรอบรับแรงกระแทกได้ดี หน้าจอ LED สีส้ม 3 จอ, 1 หน้าจอ แสดงรายการด้านหน้า มี Heartrate, เชื่อมต่อ Polar ได้ แสดงเวลา, ความเร็ว, tension level, ระยะทาง, แคลอรี่, อัตราการเต้นหัวใจ,ขั้นตอน, target และ การฝึกฝน

 และมี โปรแกรมออกกำลังกาย 10 โปรแกรม, รวมถึง 3 target mode  สามารถเล่นไฟล์MP3 ภายในติดตั้งลำโพง (audio stereo) ให้คุณสามารถออกกำลังกาย ไปพร้อมกับฟังเพลง ที่ชื่นชอบได้ และเมื่อเครื่องหยุดทำงานระยะหนึ่ง จะเข้าสู่โหมด SLEEP เพื่อประหยัดพลังงาน

จัดเก็บง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก

ข้อดี
  • มอเตอร์ทำงานเงียบ ทนทาน
  • การวัดอัตราการเต้นหัวใจ แบบมือจับ และ เชื่อมต่อไร้สาย
  • รองรับน้ำหนักผู้เล่นได้สูงสุด 125 กิโลกรัม
  • ประหยัดพลังงาน เมื่อเครื่องหยุดทำงานระยะหนึ่ง จะเข้าสู่โหมด SLEEP
  • รับแรงกระแทกได้สูง
  • ระบบ Max Comfort ทำให้การเคลื่อนไหวเป็นไปแบบธรรมชาติ ลดการบาดเจ็บของข้อและเข่า
  • รับประกันมอเตอร์ 5 ปี,โครงสร้าง 5ปี,อุปกรณ์อิเล็กโทรนิค,ชิ้นส่วนเคลื่อนไหว 1ปี และ ชิ้นส่วนสึกหรอ 1 ปี.
  • มี Passport Box แถมให้ฟรี
  • มีการรับประกัน ที่เป็นสัดส่วนชัดเจน มอเตอร์ 10 ปี โครงสร้าง 3 ปีชิ้นส่วนสึกหรอ และแผงวงจร 1 ปี
ข้อด้อย
  • ราคาค่อนข้างแพง

7. ลู่วิ่งไฟฟ้า 3 แรงม้า พร้อมระบบโช๊คคู่ รุ่น KF-DK25-Plus

มาดูลู่วิ่งตัวที่ 7 กันบ้างค่ะ ลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นนี้ มอเตอร์กำลัง 3 แรงม้า ลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นนี้ยังดีไซน์สวยงาม แข็งแรงทนทาน ดูบึกบึน สามารถปรับความเร็วของลูกวิ่งได้ตั้งแต่ 1 – 16 กิโลเมตร/ชั่วโมง สามารถใช้เครื่องได้นานอย่างต่อเนื่อง

โดยจะสามารถปรับความชันได้ 0, 3 และ 5 องศา ตัวเครื่องสามารถรับน้ำหนักได้สูงสุด 110  กิโลกรัม  ขนาดสายพาน (พื้นที่วิ่ง) 1260 x 420 mm.กว้างและยาวขึ้น ทำให้วิ่งได้อย่างสบายๆ และมาพร้อมระบบโช้คคู่  เป็นเทคโนโลยีรับแรงกระแทก Six-Level Shock Absorption ช่วยลดแรงกระแทกที่ข้อเท้าและเข่า

ส่วนตัวเครื่องมาพร้อมกับหน้าจอ LCD  แสดงข้อมูลครบถ้วน ความเร็ว เวลา ระยะทาง แคลอรี ชีพจร ตัวเครื่องสามารถเชื่อมต่อบลูทูธได้ผ่านแอพพลิเคชั่น รองรับการเล่น MP 3 ผ่านมือถือหรืออุปกรณ์สื่อสารได้ง่าย ๆ สามารถตั้งได้การทำงานได้ 15 โปรแกรมด้วยกัน

มี Safety Key หยุดเครื่องฉุกเฉิน ป้องกันอันตรายจากการใช้งาน พับเก็บได้ ด้วยระบบไฮโดรลิก Hydraulic Folding มีล้อเลื่อน สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย ขนาดเมื่อใช้งาน 155 x 71 x 126 cm. น้ำหนักเครื่อง 56 กิโลกรัม

รับประกันมอเตอร์ 7 ปี

ข้อดี
  • โครงสร้างแข็งแรงทนทาน
  • ระบบโซ๊คคู่ ลดแรงกระแทกที่ เข่า และ ข้อเท้า
  • รองรับผู้ใช้งานน้ำหนักสูงสุด 110 กิโลกรัม
  • วัดชีพจรด้วยระบบสัมผัส Hand Pulse Monitoring
  • มี Safety Key หยุดเครื่องฉุกเฉิน ป้องกันอันตรายจากการใช้งาน
  • มี App เทรนเนอร์การวิ่งบนมือถือ เชื่อมต่อด้วย Bluetooth จัดโปรแกรมการวิ่ง เก็บข้อมูลการออกกำลังกาย เหมือนมีเทรนเนอร์ส่วนตัว
  • ราคาถูก
  • ได้มาตราฐาน CE, RoHS, TUS, GS และ SGS Certification
  • รับประกันสินค้า 1 ปี มอเตอร์ 7 ปี
ข้อด้อย
  • รุ่นนี้ยังไม่มีรายงานปัญหาจากผู้ใช้งาน

และเราลองมาดูอันดับ 8-10  จะเป็นลู่วิ่งไฟฟ้าที่ราคาไม่ถึงหลักหมื่น แต่ฟังก์ชั่นการทำงานก็มีครบทุกฟังก์ชั่นเช่นกัน

8. B-G ลู่วิ่งฟิตเนส 3 แรงม้า รุ่น 668ANew

สำหรับอันดับที่ 8 นี้ เป็นลู่วิ่งไฟฟ้า รุ่น Treadmill – รุ่น 668ANew รุ่นนี้ มอเตอร์  3.0 แรงม้า ปรับความเร็วได้ 0.8 – 14.8 กม./ชม. กำลังแรง เงียบทนทาน เสียงดังน้อย

สามารถรองรับผู้ใช้งานน้ำหนักสูงสุด 120 กิโลกรัม  หน้าจอของลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นนี้เป็นหน้าจอ LCD ที่ใช้แสดงข้อมูลพื้นฐานของลู่วิ่งไฟฟ้าทั่วไป ความเร็วขณะวิ่งหรือเดิน ระยะทาง เวลา พลังงานที่เผาผลาญไป และชีพจรของผู้ใช้งาน

ออกแบบสวยงาม มีที่วางแทปเลต กระบอกน้ำ และมือถือ มีขนาดสายพาน (พื้นที่วิ่ง) 115*42Cm พร้อมระบบโซ๊ครองรับแรงกระแทกได้ดี 

 รองรับการเล่น MP3  USB ได้ มีการวัดอัตราการเต้นหัวใจ แบบมือจับ  ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ สามารถพับได้ เคลื่อนย้ายสะดวก มอเตอร์รับประกัน 7 ปี

ข้อดี
  • ระหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ สามารถพับได้
  • มี 12 โปรแกรม การทำงาน
  • รับน้ำหนักสูงสุด 120 กิโลกรัม
  • ปุ่มปรับความชันอัตโนมัติ
  • ได้มาตรฐานCE ISO9001 SGS CB EN957 ROHS
  • ราคาถูก
ข้อด้อย
  • ไม่มีระบลูทูธ แต่รองรับการใช้งาน USB

9. HHsociety ลู่วิ่งออกกำลังกายแบบไฟฟ้า มอเตอร์ 2.0 แรงม้า รุ่น A6S

อันดับที่ 9 รุ่นนี้มีมอเตอร์ 2.0 แรงม้า  สามารถปรับความเร็วของลูกวิ่งได้ตั้งแต่ 1 – 12.8 กิโลเมตร/ชั่วโมง ขนาดของสายพานหรือพื้นที่การวิ่งนั้น กว้าง 400 mm.ทำให้อาจจะดูแคบไปสำหรับคนตัวค่อนข้างใหญ่ที่น้ำหนัก 80 กก.ขึ้นไป แต่ก็สามารถรับน้ำหนักสูงสุด 120 กก.หน้าจอ LCD แสดงเวลา/ ระยะทาง/ความเร็ว/แคลอรี่ที่ใช้ไป

โปรแกรมการออกกำลังกาย 15 โปรแกรม มีเครื่องสลายไขมันในตัวเดียว มีล้อในการเคลือนย้ายเคลื่อนย้ายง่าย สามารถพับเก็บแบบ

 รับประกัน 6 เดือน ใครที่งบน้อยบวกกับมีพื้นที่จำกัด ไม่เน้นฟังก์ชั้นการปรับชัน รุ่นนี้ก็น่าสนค่ะ

ข้อดี
  • มี Safety Key ป้องกันอันตรายจากการใช้งาน
  • สามารถตั้งเวลาได้สูงถึง 00 -99.00 (MIN)
  • สามารถตั้งระยะทางได้ไกล 00-99.0 (KM)
  • มีโปรแกรมการออกกำลังกาย 15 โปรแกรม4 in 1 ลู่วิ่ง/สันสลายไขมัน/ดัมเบล/ซิทอัพ
  • รับน้ำหนักได้ถึง 120 kg
  • ราคาถูก
ข้อด้อย
  • ไม่มีฟังก์ชั่นการปรับความชันลาดเอียง

10. TOUGHMAN ลู่เดิน-วิ่ง Jogging มอเตอร์ไฟฟ้า รุ่น LIGHT-RUNNER

มาถึงอันดับสุดท้ายกันค่ะ และรุ่นนี้ก็เป็นอีกรุ่นที่มีขนาดกะทัดรัด ใช้พื้นที่น้อย มีมอเตอร์ไฟฟ้า 0.75 แรงม้า กำลัง 500 watt เท่านั้น เหมาะกับผู้ที่มีน้ำหนักตัวไม่มาก ไม่เกิน 80 กิโลกรัม สามารถปรับระดับความเร็วได้ตั้งแต่ 1-12.0 กม./ชม.

มาพร้อมหน้าจอคอมพิวเตอร์ Blue LCD ขนาด 4 นิ้ว แสดงข้อมูลการใช้งาน ได้แก่ อัตราการเต้นของหัวใจ, เวลา, ความเร็ว, ระยะทาง, แคลอรี่, และโปรแกรมที่เลือกใช้งาน มีโปรแกรมสำเร็จรูปให้เลือกใช้งาน 6 โปรแกรม โดยสามารถกดเลือกด้วยปุ่ม AUTO ที่หน้าแผงคอนโซลสั่งงาน

 วัดชีพจรแบบใช้มือจับ Hand Pulse Sensor ขนาดพื้นที่ในการวิ่ง   380×1000 มม.เพิ่มความปลอดภัยด้วยแผ่นกันลื่นบริเวณที่พักเท้า พับเก็บง่าย ประหยัดพื้นที่ รับประกัน 1 ปี

ข้อดี
  • มีระบบป้องกันภัย SAFETY KEY เพื่อสั่งงานหยุดอัตโนมัติ
  • วัดชีพจรแบบใช้มือจับ Hand Pulse Sensor
  • เพิ่มความปลอดภัยด้วยแผ่นกันลื่นบริเวณที่พักเท้า
  • เหมาะกับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด
ข้อด้อย
  • ปรับความชันได้ไม่เยอะ

บทส่งท้าย

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดปัญหาเรื่องสุขภาพ  ทำให้รูปร่างดูดี กล้ามเนื้อแข็งแรง ลดไขมันที่สะสมตามส่วนต่างๆของร่างกาย ช่วยลดน้ำหนัก ป้องกันโรคหัวใจ หัวใจแข็งแรงขึ้น ลดโอกาสเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ และกล้ามเนื้อหัวใจตาย  นอกจากจะทำให้รูปร่างดีแล้ว ยังเพิ่มภูมิต้านทานโรคได้อีกด้วย

แต่ด้วยเวลาของคนเราที่จะหมดไปกับการทำงานเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้เราไม่มีมากพอที่จะไปเข้าฟิตเนส  และการเลือกชื้อเครื่องออกกำลังกายหรืออุปกรณ์ช่วยในการออกกำลังกายมาไว้ที่บ้าน ก็เป็นทางเลือกที่ดี ช่วยให้เราได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากลู่วิ่งไฟฟ้าแล้ว อุปกรณ์ออกกำลังกาย ที่คุณผู้หญิง คุณผู้ชาย หนุ่มๆสาว ๆควรมีไว้ติดบ้าน โดยไม่ต้องพึ่งฟิตเนส ก็มีด้วยกันมากมาย ยกตัวอย่างเช่น  เครื่องปั่นจักรยานนั่งปั่น,  เครื่องเดินวงรี ,กระสอบทรายชกมวย ,เตียงนอนยกน้ำหนัก, ม้านั่งซิทอัพ, เครื่องกรรเชียงบก , บาร์โหน, Fit ball, ดัมเบล, เสื่อโยคะ, เชือกกระโดด ,ล้อหมุนออกกำลังกาย ฯลฯ

และข้อแนะนำก่อนการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะออกกำลังการด้วยเครื่องออกกำลังกายชนิดไหน

ควรทำการอบอุ่นร่างกายหรือวอร์มก่อน  อาจใช้วิธีเดินภายในบ้าน รอบบ้าน  โดยปกติแล้วควรใช้เวลาในการอบอุ่นร่างกายประมาณ 5-10 นาที ซึ่งการวอร์มร่างกายจะทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่าง ๆ ได้มากขึ้น เป็นการป้องกันการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย   ถึงแม้คุณจะใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าหรือเครื่องออกกำลังกายชนิดอื่น แต่ถ้าไม่อบอุ่นร่างกายก่อน ล้วนไม่ใช่ผลดีต่อร่างกายแทบทั้งสิ้น

และควรเริ่มจากการออกกำลังกายแบบเบาก่อน ไม่หักโหมจนเกินไปในช่วงแรก  การออกกำลังกายที่ดี ควรเป็นการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำเป็นครั้งคราวแต่หักโหม และควรออกกำลังกายนานประมาณ 10 – 30 นาทีต่อวัน สัปดาห์ละ 3 วัน วันเว้นวัน หรือ ออกกำลังกาย 10 นาที แล้วรู้สึกเหนื่อยก็ให้หยุดพักก่อน แล้วจึงออกกำลังกายต่ออีก จนครบเวลา 30 นาที ก็ได้ และหลังจากออกกำลังกายตามปกติแล้ว อย่าหยุดออกกำลังกายทันที ควรผ่อนการออกกำลังกายลงจนกระทั่งชีพจรหรือการหายใจจะเข้าสู่ภาวะปกติ จึงหยุดการออกกำลังกา

ให้คะแนนพวกเรา!

Average rating 5 / 5. Vote count: 2

No votes so far! Be the first to rate this post.